ผ่านมา 1 เดือนเต็ม(กว่า) ที่ไปเที่ยวมาแต่เพิ่งได้ฤกษ์งามยามดีอัพก็วันนี้ ^^
(คำเตือน : วันนี้ไดยาว และ รูปโหลดโหดมาก)

 

14 กุมภาพันธ์ 2553
วันนี้เป็นวันตรุษจีนที่ตรงกันวันวาเลนไทน์
ดังนั้นวันนี้ก็เลยเป็น"วันตรุษจีนแห่งความรัก"
ตื่นเช้ามาช่วยม้าไหว้เจ้าก่อน แล้วก็ออกไปหาพี่ทศ ที่CTW
ไปเล่าโครงการดีดีให้พี่ทศฟัง ขอบคุณพี่ทศอีกครั้งนะคะ
หลังจากนั้นก็ไปเยี่ยมเจ้าอ้วนที่ ร.พ.นครธน
ไปเจอต้องๆกะน้องโบว์ด้วย

และตอนที่พยาบาลมาแจ้งค่ารักษาพยาบาลก็ทำเอาต้องตกใจ
จนต้องซื้อประกันกันเลยทีเดียว (แต่เสียดายดันมายกเลิกทีหลัง)
แต่ไม่เป็นไรโอกาสหน้าได้เพื่อน

กลับมาบ้านรีบๆๆๆๆ จัดกระเป๋า เพราะว่ายังไม่ได้เริ่มเลย
ได้ข่าวว่าต้องออกจากบ้าน 4ทุ่ม แต่ 2ทุ่มแล้วยังมิได้เริ่ม

4ทุ่มออกจากบ้านไปรับเฮียปิงที่คอนโด แล้วมุ่งตรงสู่สุวรรณภูมิ
ไปถึงเที่ยงคืนตามเวลานัดหมายพอดีไปเจอกลุ่มพี่ลีและพี่หย่ง พี่เอ๋
นั่งรอเวลาไปเรื่อยๆ รอเวลา ขึ้นเครื่อง ซึ่งนานมากๆๆๆๆๆๆๆ
แถมมีการมั่วรถ มั่วไกด์กันอีก แอบเซ็งเล็กน้อย
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี พวกเรา NRTได้นั่งรถทัวร์คันเดียวกัน

 

 

ทริปนี้เราไปด้วยสายการบิน China Eastern เที่ยวบิน MU584
ไปกะ K a n g w a l Holiday ทัวร์
เครื่องออกตอนประมาณ ตี 3 ดีใจได้นั่งกะหม่าม้าด้วย
(ระหว่างเดินไปขึ้นเครื่อง ได้ข่าวแว่วๆว่า พี่ลีชอบไปเป็นแสนแหละ ยังไม่ทันถึงไหนเลย)

 

 

15กุมภาพันธ์ 2553
มาถึงสนามบินผู่ตงเวลาประมาณ 8โมงนิดๆ

รีบคว้าเสื้อหนาวมาใส่แทบไม่ทัน หนาวมากๆอากาศน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3องศาได้
ถึงจะหายใจเป็นควันกันเลยทีเดียว แล้วก็มีเรื่องให้วุ่นวายอีก
เดินขึ้นเดินลง หาที่ขึ้นรถกันอีก
(วันนี้มีฝนตกด้วย แต่ดีใจมากที่ตกวันนี้วันเดียว)

 

 

พอขึ้นรถเสร็จก็เตรียมพร้อมออกเดินทางไปกินข้าวเที่ยงกัน
เพราะข้าวเช้ากินแซนวิชเย็นๆ กับไข่ต้มใบชากันไปบนรถ
อาหารมื้อแรกก็อร่อยดี แต่หวานมากถึงมากที่สุด

 

 

พอกินข้าวเที่ยงกันเสร็จก็ถึงเราก็มุ่งหน้าไปไหว้พระใหญ่หลิงซ่านต้าฝ่อกัน
จำได้คร่าวๆว่ามีพระใหญ่อยู่ไม่กี่องค์ มีที่หังโจว ฮ่องกง
แล้วก็ที่ไหนอีกทีแต่จำไม่ได้แหละ ถือว่าที่นี้คือที่เริ่มแรก
เดี๋ยวโอกาสหน้าจะพาป๊าม้าไปไหว้ที่ฮ่องกงนะ ^^

 

 

ไปถึงที่พระใหญ่ อากาศหนาวเหน็บมากๆ
ไม่ได้ใส่ลองจอนไว้ข้างใน ส่วนด้านบนใส่ไป 4ชั้นอุ่นเชียว ^^
ยิ่งเดินขึ้นไปถึงข้างบนองค์พระ ถึงกับภูมิแพ้ขึ้นขี้มูกไหลเยิ้มเลย

 

  


พอลงมาจากพระใหญ่ก็นั่งรถออกมาด้านนอก มาแวะพระราชวัง
ข้างนอกก็ว่าสวยแล้ว แต่ข้างในสวยกว่าเยอะ มีแสงสีและประติมากรรมที่งามมากๆ

  

 

 

พอชมวัง ชมความงามกันเสร็จ ก็แวะกินข้าวเย็นแล้วก็เข้าที่พัก
(วันนี้เราเที่ยวและพักกันที่ซูโจว 1 คืน)
คืนนี้นอนกะพี่ภา เป็นลูกค้าของพี่ลี กะว่าเข้าห้องแล้วจะนอน
แต่เฮียปิงโทรมาชวนไปตระเวนราตรีกันดีกว่า
อากาศข้างนอกหนาวโคดดดด แล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรขายด้วย
เนื่องจากที่นี้ไม่ใช่เซี่ยงไฮ้และแถมเป็นช่วงตรุษจีนอีก ร้านค้าบางร้านปิด 8 วันกันเลยทีเดียว
เดินกันซักพักก็กลับเข้ามานอนเพราะไม่รู้จะไปไหนกันดี

 

 

 

16 กุมภาพันธ์ 2553
วันนี้ตื่นมาก็กินข้าวเช้าที่โรงแรม จัดกระเป๋าไว้หน้าห้อง
เริ่มเที่ยวกันที่ The Weng Gate
เหมือนกับในเรื่องสามก๊ก ที่ต้อนคนเข้ามาแล้วก็ปิดประตู
เอาธนูยิงเพื่อฆ่าทหาร เนื่องจากไม่มีอาหารจะให้กิน

 

 

 

ต่อด้วยวัดซีหยวน วันนี้มีพระเยอะมากๆๆๆ
ได้ไหว้พระจุใจกันเลยทีเดียว แล้วมีได้โยนเหรียญด้วยมันส์กันเลย
หลังจากนั้นก็แวะกินข้าวเที่ยงกันก่อน พออิ่มก็ออกเดินทาง

วันนี้เราจะเปลี่ยนเมืองนอน ไปนอนกันที่เมืองหังโจว
โดยเริ่มเที่ยวที่แรกที่หมู่บ้านใบชา
ได้ลองชิมใบชาหลงจิ่ง เกรดฮ่องเต้ด้วย
ก็อร่อยดี หม่าม้าซื้อชาเขียวมาหนึ่งกระป๋อง ลูกๆหารกันออกให้ ^^
แวะซื้อขนม ซื้อชากันเรียบร้อยแล้วก็ไปกินข้าวเย็นแบบรีบๆ

 

 


เพราะเย็นนี้เรามีโปรแกรมไปดูโชว์"เมืองจำลองซ่ง"กัน
ตอนแรกนึกว่าจะน่าเบื่อ ที่ไหนได้ สนุกมากๆ
แสง สี เสียง อลังสุดๆ ฝนตกก็มีละอองน้ำออกมาด้วย
ออกมาจากสถานที่แสดง โอ้วหนาวได้อีกวันนี้ รีบๆเดินมาขึ้นรถ
จะได้รีบกลับไปนอน คืนนี้เฮียป้อ เฮียปิงชวนออกไป
แต่ว่าเสียดายมีการ์ดเข้าห้องใบเดียวเลยไปไม่ได้เลย

 

17 กุมภาพันธ์ 2553
ตื่นแต่เช้าก็ทำกิจวัตรเหมือนเดิม เก็บกระเป๋าแล้วก็ลงมากิน
กินเสร็จก็ขึ้นรถ เริ่มเที่ยวกันที่ร้านจำหน่ายหยก
ซึ่งเป็นร้านที่รัฐบาลจีนรับรองว่าแท้แน่นอน
แต่ที่ฮาที่สุดก็คงเป็นการเล่นละครของน้องฟ้าลูกเจ้าของเนี้ยแหละ
แปลกแต่จริงนะเออ คนจีนพูดเรื่องความลับกันแต่ ดันพูดไทย
สงสัยกลัวคนไทยไม่เข้าใจความลับเรื่องราคากันแน่ๆเลย ^^"
งานนี้เลยโดนพี่อัจกะพี่เปิ้ลเล่นซะชุดใหญ่ แต่แอบมีเดินมาด่าด้วย
ได้ใจไปเลย "น้องฟ้า พูดไทยไม่ค่อยถนัด" เหอะๆ

 

 

พอเสร็จจากน้องฟ้าแล้ว ก็มุ่งไปคลายเครียดกันที่ทะเลสาบซีหู
ไปล่องเรือ เนื่องจากวันนี้ยังคงเป็นวันหยุดอยู่ คนเลยเยอะมากๆ

 


ล่องเรือเสร็จ ก็ต้องเดินไปที่วัดจี้กงกันเอง เพราะถ้ารอรถต้องนานมากๆ
เดินไปไม่ไกลเท่าไร ก็ถึงวัดจี้กงและเจ้าแม่กวนอิมพันมือพันตา
ไกด์บอกว่าวัดนี้ต้องไปเข้าห้องน้ำให้ได้ เพราะพันปีมากๆ
พอเห็นแล้ว อึ้ง ทึ่ง เสียว ถ้าปวดอี้อยู่ สงสัยหดเข้าไปแน่ๆ ^^

 

 

แล้วเราก็ออกมายืนรอรถเพื่อเข้าเซี่ยงไฮ้กัน
ก่อนขึ้นรถมี รปภ.กวงติงอยู่ เจอไกด์ติงลี่ด่าเข้าให้เงียบเลย

เสร็จแล้วเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่เซี่ยงไฮ้กัน
ก่อนจะแวะไปกินข้าวเย็น วันนี้ขอชอปปิ้งกันซะหน่อย
ไปกันที่ตลาดรัสเซีย แต่เสียดายมากๆ เพราะว่าร้านเปิดน้อยมากถึงมากที่สุด
เลยทำให้ต่อรองราคากันไม่มันส์เลย แต่ไปกะพี่เอ้เนี้ยสุดยอดโคดแล้ว
ต่อราคาได้มากถึงมากที่สุด สรุปแล้วพี่เอ้ซื้อ LC ไปประมาณเกือบ 30 ใบ
เฮียปิงก็ซื้อ Nike มาด้วยราคา 300 กว่าบาท พอใจกันไปตามๆกัน

หลังจากชอปปิ้งย่อยพลังงานกันแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปกินบุฟเฟต์นานาชาติกัน
ที่ Golder Jaguar มีอาหารนานาชาติเยอะมากๆ
แต่ก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไร บุฟเฟต์บ้านเราบางร้านยังอร่อยซะกว่า
แต่ว่าเค้กที่นี้ใช้ได้เลย เป้ยฟาดไปหลายชิ้นอยู่
(ได้ข่าวว่ากลับจากทริปนี้น้ำหนักขึ้นไป 2 โล ^^)

 

 

คืนนี้เรานอนกันที่เซี่ยงไฮ้แล้ว แล้วพอดีว่าน้องแพรวจะไปซื้อของ
ก็เลยเปลี่ยนกะพี่ภา พี่ภาไปนอนกะพี่ลี แล้วน้องแพรวมานอนกะเป้ยแทน
แล้วพวกเราก็เดินข้ามถนนไปร้านขายของตรงข้าม
แต่ก็ต้องติดอยู่ที่นั้นเป็นชั่วโมง เพราะว่ามียิงมหาพลุกัน
คือยิงเยอะมาก ทั้งพลุ ทั้งไฟเย็น ทั้งประทัด
ยิ่งเยอะอย่างเดียวไม่ว่า ยิ่งติดกันนานมากๆๆๆๆๆ
แถมสะเก็ดพลุตกลงมาที่พื้นอีก วิ่งหนีกันให้มันส์
(วันนี้ตรงกับวันดีของคนจีน เริ่มต้นรับไฉ่ซิ่งเอี้ย
ก็เลยมีจุดประทัดและพลุกันมากมายขนาดนี้)
กว่าจะได้กลับห้องนอนก็เกือบเที่ยงคืน
และกว่าจะเม้าส์กะน้องแพรวจบอีกปาไปเกือบตี1

 

18 กุมภาพันธ์ 2553
เช้ามากินข้าวเสร็จก็เดินทางไปชอปปิ้งกันต่อ
ไปกันที่เฉินหวังเมี่ยว มีห้างเยอะมากๆ
แต่ไปเช้าเกิ้น ห้างก็ยังไม่ค่อยเปิดกัน แต่ก็เดินๆๆเอาบรรยากาศ
ป๊าแวะไปซื้อแผ่น DVDในห้างด้วย แพงกว่าไทยเยอะะะะะะ

 

 

 

หลังจากนั้นเราก็แวะกันไปที่โรงงานผ้าไหม
คนที่นี้พูดไทยได้กันแทบทั้งนั้นเลย
ได้ไปดูวิธีทำผ้าไหม แล้วก็รอพี่ๆทั้งหลายชอปปิ้ง
เฮียปิงซื้อผ้าปูที่นอนมา1ชุดราคาเกือบหมื่น ป๊าดดดดดด
(พี่ลีหมดไปอีกเกือบ5หมื่น ^^)

 

เสร็จจากชอปปิ้งกันแล้วก็รีบเพราะว่าเรามีไปดูโชว์กันต่อ
เค้าว่ากันว่าเป็นโชว์ที่ดีระดับต้นๆของเมืองจีนเลย
กับกายกรรม Era Intersection of Time
(แต่เป้ยมีแอบหลับด้วยอ่ะ ตอนที่ไม่ใช่เฮียโหน่งแสดง)
แล้วเราก็ไปกินข้าวเย็นกัน คืนนี้ยังมีกิจกรรมให้เราทำอีกเยอะ

 

หลังจากอิ่มเรียบร้อยแล้ว ก็ไปนั่งรถไฟลอดอุโมงค์ใต้ทะเล
เพื่อไปขึ้นหอหมิงจู (หอไข่มุก) ต้องขึ้นลิฟท์ไปประมาณ 200 กว่าชั้น
เพื่อจะไปถึงจุดชมวิว ซึ่งสวยมากๆๆๆๆๆๆๆ เห็นวิวรอบๆเซี่ยงไฮ้
ทั้งเมืองใหม่และเมืองเก่า และได้เห็นตึกที่สูงอันดับสองของโลกด้วย
ชมวิวกันให้จุใจก็กลับที่พัก คืนนี้ไม่ไปไหนเพราะต้องจัดกระเป๋าเตรียมกลับแล้ว T^T

 

19 กุมภาพันธ์ 2553
วันสุดท้ายที่เซี่ยงไฮ้แล้ว ยังไม่อยากกลับเลย T^T
(ตื่นสายด้วยเพราะเมื่อคืนเมาส์กะน้องแพรวยันตี 2)

แต่วันนี้อากาศไม่ค่อยหนาวแล้ว ใส่เสื้อหนาวตัวเดียวยังพออยู่ได้

 

ถ่ายรูปหน้าโรงแรมก่อนกลับซะหน่อย

 

ตัวแทนและหัวหน้าหน่วย Wealth Creation : Of The Year ^^

 
วันนี้กินข้าวเช้าเสร็จก็ไปเริ่มกันที่ร้านจำหน่ายเป่าฟู่หลิง(บัวหิมะ)
ที่นี้มีบริการนวดด้วย แต่อย่างที่เฮียปิงบอกจริงๆ
เห็นหน้าเป้ยไม่มีเงินมั้ง เลยไม่ยอมมานวดให้เลย เซ็งจริงๆ
(ร้านนี้พี่ลีก็หมดไปอีกแสนกว่าบาท OMG)

ถอดรองเท้าแล้วก็แช่น้ำรอก็เท่านั้นไม่ยอมนวดให้

 

หลังจากนวดกันสบายแล้ว ก็เดินทางต่อไปที่โรงงานไข่มุก
ตอนไปถึงเป้ยก็ปวดห้องน้ำมากๆ เลยรีบๆไปเข้า
พอกลับมาเห็นพี่ๆกำลังตะโกนบอกเลขกันใหญ่
เลยถามเจ๊จูว่าเค้าทำอะไรกัน เจ๊จูบอกกำลังทายว่ามีไข่มุกกี่อันในหอย
เป้ยบอกว่า1แต่พี่จนท.บอกว่าเป็นหอยเลี้ยงมีมากกว่า 1 แน่นอน
เป้ยเลยตอบไปว่า 29 พี่เค้าบอกว่าชอบเลขเดียวกะพี่เลย
เดชะบุญ พอแกะหอยออกมามีไข่มุกอยู่ 30เม็ด เป้ยเลยได้แหวนไข่มุกมาฟรีๆ 1อัน
แล้วหม่าม้าก็ซื้อสร้อยมุกอีก 1 เส้น

หน้าตาระริกระรี้มากๆ พี่เอกแอบเก็บภาพไว้ให้
ได้ของฟรีทีละเนื้อเต้นเชียวเรา ^^

 

แล้วเราก็เดินทางกันต่อ ไปชอปปิ้งกันที่ถนนนานกิง
แต่ไกด์ให้เวลาแค่ 1.30 ชม.เอง ไม่ซะใจเลย
ไม่น่าเดินผิดทางตั้งแต่แรกเลย ไม่งั้นได้ชอปมากกว่านี้อีก ^^

ไปเที่ยวช่วงตรุษจีนก็ดีเหมือนกัน บ้านเมืองสวยมากๆ
แถมตอนนี้กำลังจะมีงาน Expo เมืองจีนยิ่งสวยขึ้นอีก

 

พอชอปเสร็จ ก็ขึ้นรถเพื่อไปกันต่อที่ขึ้นรถไฟแม่เหล็ก
ที่วิ่งด้วยความเร็ว 300Km/hour
คนจีนบนรถเค้าก็นั่งกันเงียบๆ มีแต่กรุปเราเนี้ยแหละถ่ายรูปกัน
เฮฮากัน ส่งเสียง เจี๋ยวจ๊าวกันใหญ่ 555 พวกคนจีนเค้าคง งง กัน

 

แล้วเราก็เดินทางมาถึงท่าอากาศยานผู่ตง
ติงลี่ก็แวะเอาขนมที่พวกเราสั่งซื้อมาส่ง
ส่วนพวกเราก็นั่งแพคกระเป๋ากัน เพราะว่ารู้สึกทุกคนจะมีกระเป๋างอกกันออกมาเต็มไปหมด
พอจะกลับแล้วก็รู้สึกเศร้านะ ยังอยากอยู่ต่ออีกหลายๆวัน
ไกด์ผู้หญิง bus2 ร้องไห้เลย ก็นะ อยู่กันทั้งวันยกเว้นเวลานอน
ไม่ให้ผูกพันกันได้ไง แต่เอาน่ามีพบก็ต้องมีจาก วันนึงก็ต้องได้เจอกันอีก

 

 

ก่อนขึ้นเครื่องได้เจอติงลี่อีกรอบก็จับมือร่ำลากันไป
เครื่องออกประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ มาถึงเมืองไทยก็เกือบตี3
กว่าจะรอโหลดกระเป๋า รอทำไรก็ปาไปเกือบตี4 ง่วงโคดๆ
กลับถึงบ้าน ขอนอนก่อนเลย ไม่สนอะไรแล้วทั้งนั้น ^^

 

ไกด์ฮาๆและทะลึ่งโคดของพวกเราที่มักจะพูดว่า
"ทำไมเป็นแบบนี้" "หัวเราะไม่มีเหตุผล"

*** ไปเที่ยวทริปนี้ได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างให้ตัวเอง อยากรีบๆทำให้สำเร็จ จะได้พาป๊าม้าไปเที่ยวบ่อยๆ เพราะทริปนี้ป๊าม้าดูมีความสุขกันมากๆ ที่บ้านเราได้ออกมาเที่ยง ต่างประเทศกันทั้งครอบครัว สัญญานะป๊าม้า อีกไม่นานเราจะไปเที่ยวแบบนี้กันอีกนะ ***
*** ทริปนี้เป้ยถ่ายไป 400 กว่ารูป ส่วนพี่เอกกดไปเป็น พัน มีรูปพี่แนนตรึมเลย ^^ ***
*** กลับมาก็ลุยงานกันต่อเลย ***
*** ได้ข่าวว่า กลับมาเป็นเดือนแหละ เพิ่งจะได้อัพ ***
*** ยังเหลือไดค้างอีกประมาณ 3 เดือน รอจบ PFA ก่อนจะรีบมาอัพย้อนให้ไว ก่อนจะลืมซะหมด ***

 

 

 

Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic